ข่าวฟุตบอล : ไทยลีก 1 เตรียมเปิดฤดูกาล ระบบ var รอฟีฟ่าอนุมัติ ไทยลีก 1 เตรียมเปิดฤดูกาลศุกร์หน้า แต่ระบบ VAR ยังไม่สมบูรณ์ รอฟีฟ่าอนุมัติ

อีก 1 สัปดาห์นับจากวันนี้ ฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก หรือ ลีก 1 จะเปิดฤดูกาลอย่างเป็นทางการ เราไปดูความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในปีนี้ของไทยลีกกัน

เริ่มกันที่จำนวนทีมที่ลดลงไปแน่นอนว่า ปีก่อน มี 18 ทีม พอมาปีนี้ มีตกชั้นไป 5 ทีม ทำให้เหลือเพียงแค่ 16 ทีม ก็เพื่อไม่ให้นักเตะเหนื่อยล้าจนเกินไป

ทั้งนักเตะที่เล่นในเกมลีก รวมถึงทีมชาติ แน่นอนทีมชนะเลิศ ก็จะเป็นทีมอันดับ 1 ส่วนทีมอันดับ 14-15-16 จะต้องตกชั้นไปเล่นในไทยลีก 2 ในฤดูกาล 2020 ต่อไป ที่มีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติม คือ จำนวนโควต้านักเตะต่างชาติ เมื่อปี 2018 นักเตะต่างชาติสามารถขึ้นทะเบียนได้ทีมละเพียงแค่ 5 คนเท่านั้น ส่วนวันลงสนามใช้โควต้า 3+1 คือ นักเตะต่างชาติๆ ใดก็ได้ 3 คน บวกโควต้าพิเศษอีก 1 คน กรณีที่อีก 1 คนเป็นผู้เล่นชาวเอเชีย

แต่ปีนี้จะมีนักเตะต่างชาติในแต่ละทีมเพิ่มขึ้นเยอะมาก เพราะระเบียบใหม่กำหนดว่า แต่ะละทีมสามารถขึ้นทะเบียนนักเตะต่างชาติทั่วไปได้ 3 คน ชาติที่อยู่ในเอเอฟซี หรือ เอเชีย 1 คน แต่สามารถลงทะเบียนนักเตะต่างชาติที่เป็นนักเตะอาเซียน (ไม่รวมติมอร์) ได้ไม่จำกัด กี่คนก็ได้ ที่เคยเป็นกระแสดราม่าไม่เห็นด้วยจากบางสโมสรก่อนหน้านี้ ก่อนที่จะกระแสเริ่มซากันไป เพราะกลัวว่าจะมาแย่งงานนักเตะไทย หรือ นักเตะดาวรุ่งของไทย

ส่วนวันลงสนาม ส่งลงสนามได้ดังนี้ 3+1+3 คือ ชาติใดก็ได้ 3 คน บวกเอเชีย 1 คน และบวกอาเซียน 3 คน ทำให้ถ้าใช้เต็มจำนวนตามนี้จะทำให้มีนักเตะไทยเหลือในสนามแค่ 4 คนเท่านั้น แต่จริงๆ แล้ว เขาไม่ได้บังคับให้ทำ ถ้าไม่ใช้อาเซียนเลยก็ได้ ถ้ามองว่านักเตะไทยดีกว่า หรือ จะไม่ใช้นักเตะต่างชาติใช้นักเตะไทยหมดเลยก็ได้

ที่สำคัญมากที่สุดที่พลิกโฉมการแข่งขันไปเลย คือ โตโยต้าไทยลีก ปี 2019 สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และ บริษัท ไทยลีก จำกัด ได้นำเทคโนโลยี VAR หรือ Vdo Assistant Referee ระบบการใช้วิดีโอช่วยตัดสิน รูปแบบเดียวกันกับ ฟุตบอลโลก 2018 คือปีที่แล้วใช้แบบบางคู่ แต่ปีนี้ 240 แมตช์ จะใช้ทุกแมตช์

ซึ่งมีศูนย์กลางระบบอยู่ ณ ที่ทำการ บริษัท ไทยลีก จำกัด ในกรุงเทพมหานคร ทำหน้าที่ดูแลเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสนามทุกคู่พร้อมกัน ผ่านทางหน้าจอโทรทัศน์ และติดต่อสื่อสารกับผู้ตัดสินที่อยู่ในสนามด้วยเสียง ผ่านระบบสายเคเบิลใยแก้ว ส่วนระบบวีดิทัศน์ คือ EVS ที่ใช้ในการแข่งขันฟุตบอลลีกของยุโรป และระบบเสียง Vekkoro Trunked Radio ที่ใช้กับการแข่งขันของฟีฟ่าและเอเอฟซี (มีอยู่ แต่ยังไม่ดูจอที่ข้างสนามรอฟีฟ่า ดังนั้นผู้ตัดสินจะรับเสียงจากคนดูวีดีโอผ่านหูฟังแทนไปก่อน)

เทคโนโลยี VAR จะใช้ตัดสินสถานการณ์ 4 รูปแบบ อันประกอบไปด้วย

1. เป็นประตู/ไม่เป็นประตู (ลูกข้ามเส้นหรือไม่ข้ามเส้น, มีการฟาวล์ก่อน, ล้ำหน้า, ลูกบอลออกจากสนามก่อนเข้าประตู)

2. จุดโทษ/ไม่จุดโทษ (ตำแหน่งของการฟาวล์, ฝ่ายรุกทำฟาวล์ก่อน, ลูกบอลออกนอกสนามก่อนการฟาวล์, การที่ผู้รักษาประตูหรือผู้ยิงประตู ทำผิดกติกาขณะเตะจุดโทษ)

3. ใบแดงโดยตรง (เจตนาป้องกันประตูผิดกติกาอย่างตั้งใจ, การทำผิดกติกาอย่างร้ายแรง)

4. ระบุตัวผู้เล่นผิดพลาด (เมื่อผู้ตัดสินคาดโทษหรือไล่ออกผู้เล่นผิดคน)

อย่างไรก็ตามปัญหาคือ ตอนนี้ระบบยังไม่ได้รับรองจากสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือฟีฟ่า อย่างเป็นทางการ นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล รักษาการเลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอล และ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายจัดการแข่งขัน บริษัท ไทยลีก จำกัด เปิดเผยถึง ตอนนี้เป็นการทดลองระบบ VAR แต่จะทำในทุกสนาม ก่อนจะเริ่มใช้อย่างเป็นทางการ

ส่วน ชิตวัน ชินอนุวัฒน์ ผู้อำนวยการสโมสรสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด มองถึงการนำ VAR มาใช้ในไทยลีกว่า การมี VAR จะช่วยให้การตัดสินมีความโปร่งใสมากขึ้น

โปรแกรมการแข่งฟุตบอลไทยลีก

วันที่ 22 ก.พ. เวลา 20.00 น. ราชบุรี มิตรผล เอฟซี พบ ตราด เอฟซี

วันที่ 23 ก.พ. เวลา 17.45 น. ชัยนาท ฮอร์นบิล พบ สุพรรณบุรี เอฟซี, เวลา 18.00 น. พีทีที ระยอง พบ นครราชสีมา มาสด้า, เวลา 19.00 น. บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พบ ชลบุรี เอฟซี และเวลา 20.00 น.สมุทรปราการ ซิตี้ พบ เชียงใหม่ เอฟซี

วันที่ 24 ก.พ. เวลา 18.00 น. สุโขทัย เอฟซี พบ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด และ เอสซีจี เมืองทอง พบ พีที ประจวบ เอฟซี, เวลา 19.00 น. สิงห์ เชียงราย พบ การท่าเรือ เอฟซี

News Reporter