วงเสวนาวิชาการ หัวข้อ “การพัฒนาพรรคการเมืองในบริบทการเมืองไทย” มอง คสช.เอาเปรียบพรรคการเมือง “อนุทิน” เชื่อรัฐบาลต้องรักษาคำมั่นสัญญา มีเลือกตั้งปี 62 ด้าน “จาตุรนต์” ระบุไพรมารีโหวต ยุ่งยาก ไม่เป็นผลดีในอนาคต

สมาคมแห่งสถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง (สพต.) จัดสัมมนาวิชาการ หัวข้อ “การพัฒนาพรรคการเมืองในบริบทการเมืองไทย โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายจาตุรนต์ ฉายแสง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เข้าร่วม

โดยนายอนุทิน กล่าวตอนหนึ่งว่า ตนเองหวังว่า กกต.จะมีบทบาทในการเป็นผู้จัดการเลือกตั้งมากกว่าเป็นผู้รอคำสั่ง รอทิศทาง รอนโยบาย ทั้งที่เป็นเรื่องที่อยู่ในอำนาจ กกต. ขณะเดียวกัน กกต.ควรแก้ไขเรื่องที่อาจจะเป็นปัญหาอุปสรรค์ในการเลือกตั้งทั้งกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่ปล่อยให้เลือกตั้งไปก่อนแล้วเป็นโมฆะทีหลังเหมือนที่ผ่านมา ส่วนการตั้งข้อสังเกตเรื่องการเลื่อนโรดแมปเลือกตั้งนั้น มองว่าเป็นเรื่องที่ทำได้ยากมาก แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นไปไม่ได้ แต่ทำได้ยากเพราะหากมีการเลื่อนโรดแมปจะทำให้เกิดความเสียหายนานัปการจนหาคนรับผิดชอบไม่ได้ เชื่อว่ารัฐบาลก็ไม่อยากให้เป็นแบบนั้น อีกทั้งรัฐบาและคสช.จะต้องพยายามรักษาโรดแม็พเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อความเชื่อมมั่น ซึ่งรัฐบาลและผู้นำรัฐบาลจะรักษาคำมั่นสัญญา ขณะเดียวกันไม่ควรไปกำหนดว่าจะต้องมีการเลือกตั้งในเดือน กุมภาพันธ์2562 เท่านั้น เพราะอาจจะยืดหยุ่นออกไปนิดหน่อยได้ แต่หากภายในปี 2562 ไม่มีการเลือกตั้ง อนาคตข้างหน้าก็จะมีแต่ความมืดมิด นอกจากนี้เห็นว่า การที่บุคคลในรัฐบาล มีตำแหน่งอยู่ใน ครม.จะตั้งพรรคการเมือง จะทำให้พรรคการเมืองอื่นเสียเปรียบ แต่หากลาออกแล้วมาตั้งพรรคการเมืองตอนนี้ก็จะไม่มีใครมีแต้มต่อมากกว่าใคร ซึ่งกรอบเวลาที่เหลืออยู่นี้ยังทันที่จะมาลงเลือกตั้ง

ด้านนายจุรินทร์ กล่าวว่า เหตุผลที่ คสช. ทำรัฐประหารคือการปฏิรูปในทุกด้าน แต่วันนี้เกือบ 5 ปีแล้ว ยังมีเพียงหัวข้อว่าจะต้องปฏิรูปเรื่องอะไร และบางหัวข้อก็ยังไม่เสร็จ ต้องกลับไปปฏิรูปนับหนึ่งใหม่ เช่น ปฏิรูปตำรวจ ที่ถือว่าเสียโอกาสพอสมควง ยิ่งการปฏิรูปการเมืองเหมือนเป็นการย้อนยุค เรื่องพลังดูดไม่ใช่เรื่องใหม่ที่นอกเหนือความคาดหมาย เพราะเคยเกิดขึ้นมาแล้ว มีการตั้งพรรคสามัคคีธรรมขึ้นมา รองรับอำนาจรัฐประหาร ตนไม่ตำหนิ พรรคการเมืองหรือนักการเมืองทั้งหลาย เพราะเป็นสิทธิเสรีภาพที่จะตัดสินใจว่าจะเดินการเมืองแบบไหน ถึงเวลาการเลือกตั้ง ประชาชนจะเป็นผู้ให้คำตอบ แต่ก็คิดว่าปรากฏการที่เกิดขึ้นก็มีข้อดีเหมือนกัน อย่างน้อยประชาชนที่เคยฟังคำตำหนินักการเมืองมาเยอะจะได้เห็นว่า ยิ่งกว่านักการเมืองเป็นอย่างไร และการปฏิรูปการเมืองที่นอกจากจะปฏิรูปนักการเมืองแล้ว จะต้องปฏิรูปใครอีกหรือไม่ ส่วนการเลือกตั้งที่บริสุทธ์ยุติธรรม ต้องมีองค์ประกอบ 3 ส่วน กติกา ผู้เล่น และกองเชียร์ ต้องเจือสมไปด้วยกัน แต่สถานการณ์ปัจจุบัน นับตั้งแต่มีการประกาศตัวเป็นนักการเมือง สะท้อนว่ากรรมการได้เปลี่ยนเป็นผู้เล่นเต็มตัวการประกาศตั้งพรรคในทำเนียบ สะท้อนว่ารัฐบาลคสช. อาจต้องเปลี่ยนเป็นรัฐบาลพรรคคสช. ซึ่งมีนัยยะที่แตกต่างกัน และอาจจะสะท้อนให้เห็นว่าผู้เขียนกติกา พร้อมที่จะมาเป็นผู้เล่น ร่วมผู้เล่นอื่นๆ ที่ไม่เคยเป็นกรรมการ นอกจากนี้ถ้าบอกว่ารัฐธรรมนูญปราบโกงได้จริง ตอนนี้มีผลใช้บังคับมา 1 ปี แล้ว แต่ทำไมการทุจริตยังผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด

ขณะที่นายจาตุรนต์ กล่าวถึง ระบบไพรมารีโหวตตามกฎหมายใหม่มีความยุ่งยาก ไม่เป็นผลดี ทำให้เกิดปัญหาภายในพรรค แม้ระบบไพรมารีโหวตมีความต้องการให้สมาชิกพรรคมาร่วมกำหนดผู้สมัคร แต่มองว่าระบบนี้ควรเริ่มเมื่อพรรคการเมืองมีความมั่นคง มีสมาชิกจำนวนเป็นแสนเป็นล้านคน สมาชิกสามารถเป็นตัวแทนของประชาชนได้ดีพอสมควร การที่พูดแบบนี้ไม่ใช่ว่าพรรคเพื่อไทยจะไม่ทำ พร้อมปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนด แต่ต้องหาทางป้องกันความเสียหายให้มากที่สุด ส่วนการห้ามพรรคการเมืองทำกิจกรรมนั้นมองว่าไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องห้ามเลย เพราะขณะนี้กฎหมายพรรคการเมืองมีผลใช้บังคับแล้ว ก็ควรปล่อยให้พรรคการเมืองได้ปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนด.-สำนักข่าวไทย

News Reporter